My Happy Ending 7
posted on 16 May 2009 19:16 by bigbangbizqgMy Happy Ending 7
T.O.P X SeungRi
YBGD
PG-13 ::; A/U
Jdimassy
" เฮ้ย ยองเบ ช่วยกูด้วย เมื่อวานกูไปดริ๊งค์แล้วเผอิญเมาไปหน่อย ไปนัวเนียคนมีเจ้าของแล้ว แล้ววันนี้แฟนเขาจะมาเอาเรื่องกู มึงต้องช่วยกูนะ "
" เฮ้ยย ฮัลโหล ยองเบ น้องจีนะฮะ มึงช่วยไปรับแม่กูที่สถานีหน่อยได้ไหม วันนี้แม่กูจะมาหากูอ่ะ
พาไปส่งที่ร้านลุงจุงกุก เดี๋ยวกูตามไป ... แม่กูมาถึงห้าโมงครึ่งนะเว้ย "
" เฮ้ยย เบ้ โหลๆ อยู่โกดังป่ะ ชั้นลืมมือถือไว้ที่ห้องเท๊มมัน มึงเอามาให้หน่อยได้ป่ะ ที่ร้านลุงจุงกุกอ่ะ
เออ เดี๋ยวต้องวางละ กูเอาโทสับร้านลุงแกโทร ด่ากูจนหูเปียกแล้วเนี่ยว่าเอาเบอร์ร้านโทรเข้ามือถือแล้วมันแพง
ลุงแม่งงก T^T "
" เฮ้ย เบ้ กูโดดเรียนออกมาแล้วอ่ะ ลืมไปว่าต้องส่งงาน ชีทการบ้านอาจารย์คิมยัดอยู่กับของไอ้เท๊มมันอ่ะ ส่งให้หน่อยนะ เอ้อ กูยังไม่ได้ทำสองข้อสุดท้าย ทำให้ด้วย "
" เฮ้ยย เบ้ โหลๆ กูจีนะ ไมฝากข้อความเสียงวะ? รีบโทรกลับหากูด่วน มึงต้องช่วยกูน๊า โฮฮ"
" เบ้ อันนี้ ขอกินนะ ^^;"
" เฮ้ย เบ้ ร้านวิดิโอแม่งยัดแผ่นใส่กล่องทรานสฟอร์มเมอร์มาผิดเฉยเลยหวะ เลว T^T กูจะดูหุ่นยนต์เว้ยไม่ใช่มารุโกะหน้าม้า ฝากชินดงไปเปลี่ยนดิ๊ มันกำลังจะออกไปข้างนอกพอดี เอ่า มึงจะไปเปลี่ยนเองหรอ เฮ้ย ขอบคุณ ^^~"
" เฮ้ย เบ้ เยลลี่สีรุ้งแม่งมันมีขายตรงไหนของเมืองวะ มึงว่างป่ะ พากูไปตระเวนหาซื้อหน่อยสิ เผอิญกูกินของไอ่เท๊มที่มันซื้อมาเก็บไว้ให้น้องด้าในตู้เย็นหมดอ่ะ มันจะฆ่ากูอยู่แล้วเนี่ย แม่ง ใครจะไปรู้วะว่ามันจะปรนเปรอน้องด้วยของหายากอะไรขนาดนี้ ไม่งั้นกูไม่กินหรอก เชี่ย เกลียดมัน T^T "
" เฮ้ย ยองเบ ช่วยกูด้วย...."
.
.
.
คนดีแท้ๆเขาเป็นกันยังไง
ยังไม่พูดถึงรูปลักษณ์นะฮะ แต่เราวัดกันที่ใจก่อน..
มันผู้นั้น จะเป็นคนในลักษณะที่..
หัวใจมันพองโตเวลาได้ช่วย หรือหวังดีต่อใครๆ
และน้ำใจของมันจะเรี่ยราด แจกจ่ายเขาไปทั่ว
ตั้งแต่เกิดมาเรียนรู้ภาษามนุษย์ จะเข้าใจแต่ความหมายของคำว่า "รัก" และ "ให้อภัย..
ส่วนหน้าตาท่าทาง ... จะสงบนิ่ง เยือกเย็น อย่าให้ยิ้มเพราะมันช่างนุ่มละมุนละไมละลายหัวใจ
มองแค่ระดับสายตาหากคุณมีความสูงกลางๆ แต่ มองต่ำลงมาหากคุณเป็นนักบาสไม่ก็นายแบบ
จะเห็นหัวที่ไถทรงใกล้เคียงจะเกรียน ซึ่งคนอื่นตัดคงดูถุยแต่มันตัดแล้วดูเท่ห์!
ริมฝีปากดูเผ็ดร้อน แต่มองดีๆแล้ว เรียกได้ว่า "เบลิน"
รูปร่างถึกล่ำบึก อะไรก็ตามที่แสดงออกถึงความสมชาย เป้าประสงค์ของกระเทยชายทั้งหลาย
คนดีแท้ๆที่เกิดมาผมก็มีบุญได้เจอ นั่งอยู่ข้างๆกันเนี่ย ... " ทงยองเบ "
พระเจ้า! อยากรู้จริงๆว่าสเปิร์มต้นกำเนิดมันก็ไม่ใช่ประเภทไปแย่งชิงกับตัวไหนๆเลยใช่มะ ปล่อยให้เพื่อนคนอื่นแย่งชิงกันไปด้วยความเสียสละ
แต่ช่างน่าอัศจรรย์ที่เพื่อนสี่ล้านกว่าตัวนั้นเดี้ยงหมด ข้าเป็นตัวสุดท้ายที่หลงเหลือเลยได้ปฏิสนธิและก่อกำเนิดมาเป็นมันอ่ะ
มันเป็นคนดีจริงๆครับ อะไรมันจะดีอุบะอุบายได้อะไรอย่างนี้
รักสิ่งมีชีวิตทุกชนิดโดยเฉพาะสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า เพื่อน
คนๆนี้รักเพื่อนครับ รักมาก ....
รักหมัดเพื่อน... รักความเกรี้ยวกราดของเพื่อน... รับได้ทุกอย่าง
โดนต่อยโดนอัดน่วมแต่ก็ไม่เข็ด มันยังสติลเป็นแผนกคอยซัพพอร์ตเพื่อนเนรคุณชื่อชเวซึงฮยอนไม่เคยห่างกาย
โดนเพื่อนกระทืบผลักไสไม่มีว่า แต่เพื่อนโดนกระทืบข้าย่อมยอมไม่ได้ ต้องตะลุยไปง้างเท้าคนอื่นออกจากร่างเพื่อนของตัวเอง
ผมเกลียดมันฮะ มันนะชอบทำเหมือนมันเป็นคนพิเศษ และแตกต่างกว่าใครๆ
มันเป็น"ฮีโร่!!~"
" โง่จริงเลยหวะเบ้ มึงอ่ะโง๊ !!~ " นี่มันคำที่ร้อยกว่าแล้วที่จียงสบถออกมาด่าคนข้างๆซ้ำๆตลอดชั่วโมงที่ผ่านมาเพื่อระบายความเครียด จียงหันไปมองหน้าคนใจเย็นอย่างหยามเหยียด ทงยองเบยิ้มรับอย่างใจเย็น ปลอบประโลมจิตใจคนที่ตอนนี้สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว
จียงมองดูสภาพของยองเบแล้วจิ๊ปากอย่างเสียอารมณ์ ชิ!!
ปากที่คราบเลือดแดงฉาดของทงยองเบเริ่มแห้งกรังแล้วแต่ไร้ความสนใจจากเจ้าของ
มันกลับเอาความสนใจทั้งหมดมาป้วนเปี้ยนอยู่ผมเนี่ย มือเบาๆของทงยองเบกดผ้าเช็ดหน้าตรงริมหน้าผากของจียงอย่างแผ่วเบา
กูยังไม่ตาย ... เมื่อไหร่จะเข้าใจ? คนที่ใกล้ตาย ยมบาลมาถือหอกรออยู่หน้าประตูคือคนข้างในโน่น!
" อย่าอะไรกับกูมากได้ไหมวะเบ้ ที่เลอะตัวกูเนี่ยไม่ใช่เลือดกู เลือดไอ่เท๊มมันทั้งนั้น ฮือ "
ตอนที่กูแบกหามมันมานะครับอยากบอก เลือดมากมายเปรอะตัวเต็มไปหมด ผมรู้สึกเย็นยาบไปทั้งตัวเหมือนโดนพวกอันธพาลเหล่านั้นสาดน้ำสงกรานต์ใส่แน่ะ
" อ้วนด๊ง อย่าเดินไปมามากได้ไหมวะ กูขอล่ะ ตาลาย.. " คล้ายจะเป็นลมแล้วเนี่ย ห้ามมันมากก็ไม่ได้ มันกระสับกระส่าย เข้าใจ
" ฮึยย ไม่เจ็บเว้ย อย่ามายุ่งได้มะ " ควอนจียงดื้อปัญญาอ่อนไปอีกหนึ่งดอก ผลักไสยองเบอย่างไม่กลัวโดนตื๊บให้เข้าไปนอนในโลงก่อนชเวเท๊ม
ชินดงปรายตามองอย่างหมั่นไส้แต่ไร้วาจาใดๆ เย่อหยิ่งค่อนไปทางไม่เจียมสังขาร ร่างแห้งช่างมีสารรูปที่ย้วยสุดๆ ถ้าเส้นประสาทไม่เสื่อมไปทั่วร่างมันต้องเจ็บสุดๆแหละวะ
ควอนจียงตวัดสายตามองยองเบที่มองมาอย่างสงบเยือกเย็นไม่มีการถอดถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย
อย่ามาทำนิ่งให้ชั้นรู้สึกแย่กับความหัวเสียของตัวเองได้มะ จะมีใครใจเย็นได้เท่าแกวะไอ้โล้น
ไอ่บ้านี่เย็นมากนัก ทำไงก็ได้ให้กูเย็นลงด้วยสิวะ มากอดกูก็ได้!
ผมที่ดื้อแพ่งปัดมือที่ยื่นเข้ามาด้วยความห่วงใยนั่นครั้งแล้วครั้งเล่า รู้สึกว่าสถานการณ์บัดซบจนร้องไห้น้ำตาทะลัก
ผมรู้ว่าการงอแงในเวลาคับขันเนี่ยมันน่าถีบสุดๆ แต่ผมไม่ใช่คนเหล็กเดินฝ่าดงไฟหรือสถานการณ์เลวร้ายโดยไม่สะทกสะท้านนะครับ เจ็บเป็น เสียใจเป็น ปุถุชนคนธรรมดาชื่อควอนจียง
อยู่โรงบาลครับ นั่งหัวใจแกว่งเหมือนประหนึ่งโดนนักฟุตบอลชื่อดังนามว่าเจ็ตโด้ เลี้ยงด้วยทักษะชั้นสูงที่ถูกขัดเกลามาอย่างดีจากเซอร์อเล็กซ์ เฟอรกูสัน เตะหัวใจกลิ้งผมไปมาบนผืนหญ้าที่เรียกว่าความเป็นความตาย และซัดเข้าเต็มข้อ ตู้ม! เข้าไปซุกอยู่ก้นเหวนรก
ผมกำลังนั่งเฝ้าอาการสาหัสของเพื่อนรัก ชเวซึงฮยอน ครับ T^T
การที่เพื่อนเข้าห้องไอซียูมันทำให้ผมสติกระเจิดกระเจิงฟุ้งซ่านคุมอารมณ์ไม่อยู่แม้กระทั่งคอยก่นด่าไอ่คนที่นอนต่อสู้ให้หมอยื้อยุดฉุดความตายอยู่ในห้องI.C.U.นั้น
อ่ายเชี่ย อ่ายเลว ไอ่พวกผู้หญิง(?)ข้าใครอย่าแตะ ไอ่ ไอ่..
แม่งมึงอย่าตายนะเว้ย เท๊ม แหล่งทรัพย์สมบัติของกู โฮ
กูไม่อยากเห็นน้ำตาน้องจ๋าของกู ไม่อยากให้น้องด้ารักคุด
พูดถึงน้องด้าแล้วเกิดประกายวาบในหัวสมอง
" โทรหาใครจียง " ทงยองเบมองมือสั่นๆของจียงที่คว้าโทสับมากดยิกๆกดด้วยแรงแค้นอะไรสักอย่างที่ใครๆก็รู้ว่ามันคืออะไร
ควอนจียงโกดมากกับไอ่พวกอันธพาลซาตานเหล่านั้นโดยไม่สนใจด้วยซ้ำว่าจริงๆแล้วเพื่อนรักชเวจะเป็นฝ่ายบุกไปก้าวร้าวเขาถึงรัง
" โทรหาไอ้โบ้หมาบ้านน้องซึงไปคาบน้องมาโรงบาลมั้งมึง กูก็โทรน้องซึงสิวะ.." จียงปรายตามองมาเหยียดๆอย่างมีความหมายว่า ถามมาได้
หน้าตาดูมีสติกว่ากูอีก กูยังรู้เลยว่าต้องทำอะไร โง่หวะทงยองเบโง่ๆๆๆๆๆ ผิดหวัง!
" ดึกแล้ว มักเนคงนอนไปแล้ว" จะด้วยเหตุผลส่วนตัวอะไรไม่ทราบที่ทงยองเบเอ่ยออกมาอย่างง่ายๆและดึงโทรศัพท์ออกมาจากมือของจียงทันควัน
ในดวงตาเข้มเจือด้วยความห่วงใยทั้งซึงฮยอนและซึงรี แต่ในตอนนี้มันช่างเป็นความห่วงใยที่ไม่เข้าเรื่องจริงๆเลยเว้ย
"โว้ย แกไม่เคยเห็นในหนังหรือไงว่าดึกแค่ไหนนางเอก(?)ก็จะรีบวิ่งมาหาคนรัก ข้ามภูเขามาเจอกูยังเคยดูเลย ไม่ได้! ยังไงน้องซึงก็ต้องรู้เรื่องนี้.. มันสำคัญเกินกว่าจะปกปิดนะ" พูดไปก็น้ำตาเล็ดไป แม่งทำไมกูต้องมาอธิบายอะไรพื้นๆที่หาดูได้จากช่อง7ให้มึงฟังด้วยวะ เชี่ยเบ้แม่งบ้านนอกจริงจัง
จียงตวัดสายตาชั่ววินาทีก่อนที่จะสอยโทรศัพท์ของทงยองเบที่ห้อยอยู่ข้างเอวมาแทนอย่างง่ายดายแล้วทะยานหนีแขนของทงยองเบที่หมายจะคว้าเอาไว้
ควอนจียงชนะเลิศเรื่องไว..กับทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องส่งข่าวสาร..
.
.
.
แน่ชัดแล้วว่าตัวเองเป็นเด็กย้ำคิดย้ำทำได้ขนาดไหน
ตลอดเวลาที่เฝ้าพะว้าพะวงเรื่องซึงฮยอน ไม่มีซึงฮยอนข้างกาย ในสมองผมก็หมุนไปด้วยประโยคนี้
‘ เขาจากไป ทิ้งผมไว้กับ... น้ำตา'
ถึงรู้ว่าเขาคงจะไม่มา แต่ผมก็ยังนั่งถ่างตารอ ในสายตาล้ากับภาพแผ่นหลังที่เดินจากไปของเขา
เพราะยังไงมันก็ไม่มีทางลบเลือนไปจากสายตาได้
นั่งกอดเข่าเกร็งโดยไม่รู้ตัว เฝ้ารอจนอ่อนล้าไปทั้งตัว
วันพรุ่งนี้ผมคงไม่ตื่นมาแล้วพบว่าตัวเองพิการนะครับ นั่งอยู่ท่านี้อยู่หลายชั่วโมงมันก็เสี่ยงอยู่
ผมนอนไม่หลับด้วยความเป็นห่วง แง้ ไม่อยากจะคิดว่าผมตาห้อยตกลงไปกองกับพื้นแล้วหรือยัง
" หลับซะได้ก็ดี " แดซองลูบเส้นผมของซึงรีแผ่วเบา และแล้วน้องน้อยก็ผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อย
ชม.ที่ผ่านแกมาทำข้ากลัวมาก นั่งลืมตาโพล่งในความมืดไม่พูดไม่จามีแต่น้ำตา
อย่าว่าแต่ข้าเลย สัปเหร่อมาเจอก็คงนึกกลัวอ่ะ
ทาดับดับดา ทาดาดาดับ กรุ๊บกรับดับด้า ด้ารับๆ~
เสียงโทรศัพท์ที่ตั้งไว้แค่ระดับ 4 แต่แผดดังลั่นท่ามกลางความเงียบจนคังแดซองตื่น สะดุ้งขึ้นหัวชี้ฟ้าในสภาพมึนงง
โดนเสียงเพลงติ๊งต๊องของซึงรีปลุกทำให้คังแดซองมีน้ำโหอย่างมาก วางสายเสร็จกูจะแอบลบออกจากมือถือมัน หึหึ
" น้องซึงจ๋า หลับอยู่หรอ ~~ " จียงกลั้นอกกลั้นใจทำเสียงใสแจ๋ว แดซองเอนหลังไปพิงหมอนพลางขยี้ตาอย่างงัวเงีย
" กูเอง ท่านคัง ฮ๊าววววว " รู้จักไหม ย่านนี้เขารู้จักกูหมดอ่ะ งึมๆ
" อ๋อ ไอ่สังคัง ขอสายน้องจ๋าหน่อย" แดซองมุ่นคิ้วพลางนึกหน้าตาท่าทางของคนปลายสาย เสียงแหววมันฟังดูหลอกหลอนมาก หรือว่ากูกำลังอยู่ในฝันร้าย ผีสาว(?)ตามรังควาญทางโทรศัพท์
" แกเป็นใคร " = =v จียงหน้าหุบ เสียงมันกวนตีนมาก นี่กูทำบุญด้วยอะไร ช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานทำไมต้องเป็นมันที่มารับสายด้วยวะ
" จียง "
" แซ่...?"
" ควอน ควอนจียงเว้ย " เสียงเงียบจากปลายสายไปนานมากจนจียงนึกหงุดหงิดรำคาญใจ ไอ่นี่แม่งพิรี้พิไร มันจะมากความไปไหนวะ คนยิ่งร้อนใจ
สภาพสติของคังแดซองมึนงงได้ที่ ไม่ได้มีเสี้ยวคุ้นเคยชื่อนี้อยู่ในสมอง แต่... ไอ่นี่แม่งโง่หวะคนเกาหลีเขามีแซ่กันที่ไหน (เป็นความคิดส่วนตัวของแดซอง)
แต่เอาเถอะ จะใครก็เถอะรีบผลักไสไปให้ไกลๆแล้วนอนต่อดีกว่า
" รีบคุยนะ เด็กกำลังโตโทรมากวนอะไรดึกดื่น " น้องกูหลับอยู่ แดซองใช้ปลายเท้าสะกิดเข้าที่ต้นแขนบางก่อนจะใช้ง่ามนิ้วเท้าหนีบเสื้อ ดึงยึกไปยิกมา แต่คาดว่าสิ่งที่ทำให้ซึงรีตื่นขึ้นมาคงเพราะกลิ่นเหม็นนรกแตกจากเท้าของแดซองเป็นแน่
" เรื่องคอขาดบาดตาย อย่าลีลาได้ไหมวะ" เสียงตะคอกของจียง(ที่ไม่เคยมีใครฟังรู้เลยว่าเป็นเสียงตะคอก)ไม่ได้สะกิดอารมณ์ของแดซองได้เลยจริงๆ
จียงเข่าอ่อน รู้สึกคิดผิดจริงๆที่กระทำการโทรเอง ถ้าอ้อนให้ยองเบโทรแทนคงจะได้เรื่อง ฉับไวกว่านี้
" ไอ่แดซองรับ แม่งซวยจริงๆเลยเบ้ T^T " จียงป้องหูโทรศัพท์แล้วหันมากระซิบกระซาบกับยองเบที่อมยิ้มขำในท่าทางของจียง ที่ไม่ต้องบอกยองเบก็ดูออกว่าถ้าจะมีใครที่ทำให้จียงสุดทนจริงๆก็เห็นจะเป็นคังแดซองนี่แหละ
" เออๆ กำลังปลุกอยู่ ก็แค่ชวนคุยตอนกำลังพยายามปลุกน้องอยู่เท่านั้นแหละ.. มึงเป็นใครวะเนี่ย แม่งไม่มีอารมณ์ขันเอาซะเลย" แดซองทำเสียงรำคาญเต็มทน ไม่รู้ว่าใครโทรมาแต่ก็รู้สึกรำคาญไอ่นี่มาก
= =* จียงหน้านิ่ว สาปแช่งแดซองอย่างไร้วาจา มึงหรือกูเนี่ยที่ต้องเป็นฝ่ายรำคาญ แม่งเกลียดมันมากขึ้นทุกวินาที
" พี่แดซองอย่าเล่นอย่างนี้สิฮะ ผมเหม็นน" ซึงรีขยี้จมูกอย่างงัวเงียแต่ดวงตายังไม่ยอมลืมขึ้นมา แดซองยัดโทสับใส่มือของซึงรี
" คนแซ่ควอนจากแผ่นดินจีนโทรมา" แดซองหัวเราะก๊ากให้จียงได้ยินแล้วฟุบหน้าลงที่หมอนนอนหลับต่อในทันที
" ฮัลโหลววววฮะ" โฮ๊ะโฮ๊ย แม่เจ้า จียงอึ้ง เสียงงัวเงียของซึงรีน่ารักสุดๆ ไม่อยากจะจินตนาการต่อไปถึงท่าทางน่ารักขี้อ้อนของน้องจ๋าบนเตียง(?) อิจฉาซึงฮยอนหว๊า!
จียงกู่ร้องในใจชั่ววิ ขอรักด้วยคนได้ไหมวะ เออะ เข้าเรื่องสักทีตรู
" โหล น้องจ๋า นี่พี่จีนะฮะ เอ่อ... ซึงฮยอนคิดถึงซึงรีล่ะ มันอยากเจอซึงรี.." จียงแสร้งทำเสียงล้อๆทั้งที่สถานการณ์จริงมันไม่ใช่เลย ที่นี่ตึงเครียดสุดๆ ไม่รู้ซึงฮยอนเป็นยังไงบ้าง
แต่ที่พูดน่ะเรื่องจริง เวลานี้ชเวซึงฮยอนต้องการอีซึงรี
ซึงรีนิ่งเงียบ ไม่อยากเชื่อหูตัวเอง พี่จียงรู้ไหมว่ามาหลอกกันแบบนี้ผมเจ็บปวด
คำหลอกที่ว่า ซึงฮยอนยังคงต้องการผม
" พี่ไปเที่ยวมาหรอฮะ เมาหรือเปล่า? ไปนอนพักเถอะนะฮะ แล้ว.. แล้ว ซึงฮยอนกลับมานอนที่ห้องหรือเปล่า? เขากลับมาดึกไหม" แค่เอ่ยชื่อเขาคนนั้น น้ำตาก็พาลจะไหล ไม่ถามก็ไม่ได้คนอย่างซึงรีไม่มีกั๊ก
แดซองเงยหน้าหันมามองซึงรี ศรีษะท่านแดยังวางนิ่ง นุ่มสบายบนหมอน(ของซึงรี)แต่สายตาจับอาการของน้องรักอย่างห่วงใย
" มันไม่ได้กลับไปนอนห้องหรอก คืนนี้มันนอนห้องICUน่ะ..
พยาบาลสาวๆเต็มเลยซึงรี แต่ไม่ต้องห่วงนะซึงฮยอนมันไม่สนหรอก แต่พี่สน " เอ่อ กูนี่ช่างพูดช่างจา จียงนึกทึ่งในตัวเอง เท๊มมันจะสนได้ไงวะก็ตอนนี้มันกำลังต่อสู้กับความตายอยู่??
เสียงจียงยังคงเจื้อยแจ๊วแต่ความหมายที่ได้ยินทำให้ซึงรีนิ่งอึ้ง
วิธีแจ้งข่าวร้ายที่ลำบากคิดด้วยเวลาอันนานแสนนานของจียงผู้แสนจะขี้เล่น ไม่ได้ช่วยบรรเทาความตกใจ ความห่วงใยหรืออะไรได้เลยสักนิด -_-;
ซึงรีชาวูบตั้งแต่ปลายเท้าไปทั่วร่างกาย ริมฝีปากเล็กชานิ่งเกินกว่าจะเอื้อนเอ่ยคำพูดใดๆ
แกร๊งงงง เสียงโทรศัพท์ร่วงหล่นจากมือที่ไร้เรี่ยวแรงพร้อมกับสัญญาณที่ขาดหายไปเนื่องจากแรงกระเทือน
ซึงฮยอน..
.
.
.
แดซองหน้าหงิกทันทีที่ก้าวถึงโรงพยาบาล พยาบาลสาวละลานตาแต่รู้สึกระทมในจิตใจ
สภาพขี้เหร่สุดตีนแบบนี้ หมดสิทธิ์กิ๊กกับพยาบาลแน่นอน
ทำไมไม่ยอมเสียเวลาให้กูแต่งหล่อสักสี่ห้านาทีวะ น้องไม่เข้าใจแด๊!!~
ไม่รู้น้องซึงรีมันจะห่วงไอ่ชเวอะไรขนาดนั้น แค่นอนห้องI.C.U.นะไม่ใช่นอนในโลงจะตกใจอะไรนักหนา
แต่เอ?? มันจะเป็นจะตายแล้วทำไมจียงต้องโทรมาบอกซึงรีด้วยวะ
หรือจริงๆแล้ว มีความจริงที่กระผมไม่เคยรู้เลยว่า จริงๆแล้ว ซึงฮยอนกับน้องรีของกูจริงๆแล้วเป็นพี่น้อง(ท้องชน)กัน??
แต่เท่าที่รู้ .. ซึงรีเป็นลูกคนเดียว.. นี่หว่า =..=
มือเล็กสอดเข้ามากำชับมือหนาของแดซองแน่น แดซองปรายตามองด้านข้างของคนที่เดินมุ่งไปข้างหน้า
ในดวงตาของเจ้าตัวเล็กมันหวาดกลัวแค่ไหน เขารู้ดี
รู้ดีว่าซึงรีเป็นคนอ่อนไหว จิตใจดี มักปล่อยความจริงที่โหดร้ายบนโลกนี้ย้อนเข้าไปทำร้ายจิตใจเขาได้มากมายเสมอ
การสูญเสีย การจากไป... แม้ว่าจะเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็เป็นสิ่งเดียวที่เขาเฝ้าภาวนาไม่อยากให้ซึงรีต้องพบเจอกับสิ่งเหล่านี้
ทันทีที่รถเข็นร่างผู้ป่วยท่านนึงออกมาจากห้องI.C.U. รูปร่างสูงยาวภายใต้ผ้าคลุมสีขาวคือ เขา หรือไม่?
ซึงรีก็ละมือและวิ่งทะยานออกไป เกาะที่ราวเหล็กข้างๆแล้วปล่อยโฮออกมา
ร่างเล็กสั่นสะท้านจนแทบทรุด เสียงร่ำไห้ที่เริ่มขึ้นอย่างช้าๆค่อยๆดังก้องจนห้ามตัวเองไม่อยู่
" เป็นญาติของผู้ป่วยหรือเปล่าคะ?" พยาบาลสาวถามขึ้น สายตามองมายังเด็กน้อยตัวเล็กๆด้วยความเห็นใจ
พลางคิดอย่างคนจิตใจไม่ฝักใฝ่ไปทางบอยเลิฝว่า
- เสียพี่ชายไปโดยไม่คาดคิดก็แบบนี้แหละ - เธอเข้าใจว่าอย่างนั้น
"ฮึก ฮึก ฮือออ" ซึงรีพยักหน้าเบาๆทั้งๆที่ใบหน้าใสร้องไห้เละเทะไปหมดแล้ว แดซองมองอย่างสะเทือนใจ
ไม่เคยเห็นซึงรีร้องไห้หนักมากมายขนาดนี้มานานแล้ว เสียงสะอึกสะอื้นอย่างทรมานทำเขาปวดใจ
ครั้งล่าสุดที่จำได้ว่า คือตอนที่ตอนไอ่แรมโบ้ (หมาของซึงรี)โดนสิบล้อเฉี่ยว (แต่ยังไม่ตาย =..=?)
แต่ครั้งนี้มันสาหัสกว่านัก อาจจะมากพอๆกับการสูญเสียคุณแม่ของซึงรีครั้งนั้น
" ครับ ขอเวลาให้น้องเขาหน่อยนะครับ" แดซองตอบอย่างสุภาพแล้วเอื้อมไปลูบที่ศรีษะน้องเบาๆ
ให้เขาทำอะไรก็ได้เพื่อไม่ต้องเห็นน้องเสียใจมากมายขนาดนี้ ให้ไต่ลงไปหาบัวหิมะก้นเหวอย่างในหนังจีนก็ยอม
เออ คิดไปก็สงสัยว่ามันจะมีจริงเปล่าวะ ไอ่บัวหิมะต่อชีวิตอะไรนั่น ไว้ใจไม่ได้พวกหนังจีน แม่งชอบหลอกกู
" ค่ะ " เสียงหวานๆตอบรับของพยาบาลดึงสติของแดซองออกมาจากความเวิ่นเว้อแล้วปลีกตัวออกไป
" ฮืออ ซึงฮยอน.. พระผู้เป็นเจ้าฮะ ฮึก ได้โปรด ฮึก ฮึก คืนเขามาให้ผมเถอะน้า ฮึก ฮือ~ " แดซองนิ่วหน้า
เอาแล้ว ซึงรีเริ่มเตลิดไปไกลเกินกว่าเขาจะดึงกลับมาได้ น้องน้อยกำลังร้องอ้อนวอนต่อพระเจ้า
พี่ว่าไปเจรจากับยมบาลง่ายกว่าไหม?
ไม่อยากขัดจึงได้แต่คิดในใจ หนังหน้าอย่างซึงฮยอนเนี่ยนะ จะได้ขึ้นสวรรค์ ตัวกูเองยังไม่กล้าคิดเลย = =l
เสียงร่ำไห้ดำเนินไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แดซองพินิจมองอย่างสงสัยในสถานการณ์
เสียงน้องร้องไห้โฮดังลั่น อื้ออึงแต่ก็ไม่ได้ปิดกั้นเขาจากความมีสติ ความฉลาด สมาร์ทและความมีไหวพริบ
แดซองเดินเกาคางแล้ววนไปวนมารอบเตียงอย่างคิดวิเคราะห์ วนไปวนมาจนถึงจุดหนึ่งจึงถึงบางอ้อ
เขาแทบหัวเราะก๊าก ช่างน่าประหลาดใจ ซึงรีเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความอัศจรรย์พันลึกจริงๆ
ยิ่งรู้จักคุณจะยิ่งไม่แน่ใจว่าเด็กคนนี้มันเป็นเด็กประเภทไหน?
สงสัยว่า ซึงรีมีเรื่อง(ที่ผมเองก็ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร)ทำให้สะเทือนใจจนสิ้นสติ
หรือแค่ น้ำตามันนองหน้าจนทำให้ตาฝ้าฟางหรืออย่างไรจึงเห็นไอ้หัวหยอยเหมือนฝอยขัดหม้อที่พ้นออกมาจากผืนผ้า
แขนดูล่ำเหมือนท่อนซุงโรงงานไม้ข้างบ้านกู แบบนั้นน่ะนะที่ไอด้าอนุมานว่าเป็นชเวซึงฮยอนได้?
จะโทษความใสซื่อก็ไม่ได้ หรือเพราะกูเองที่ปล่อยให้น้องกูใช้ชีวิตโลดแล่นอยู่โลกจินตนาการมากเกินไป?
ตอนนี้น้องซึงรีมีวิถีคิดเข้าข่ายห่างไกลจากความเป็นจริงโข
" โหย เปี๊ยก ! ถ้าไอ่ที่นอนอยู่มันใช่ซึงฮยอนที่เพิ่งสิ้นลมไปเมื่อครึ่งชม.ที่แล้ว พี่ว่ารูปร่างมันก็ดูอืดไวเกินกว่าที่วิทยาศาสตร์จะอธิบายได้แล้วนะเนี่ย
นี่เรียนวิทย์มาบ้างเปล่าเนี่ย ศาสตร์ที่อวดอ้างว่าใช้อธิบายความเป็นไปบนโลกนี้น่ะ " ท่านที่อวดอ้างยิ่งกว่า กล้าปรามาสวิทยาศาสตร์ได้อย่างหน้าตาเฉยอย่างคังแดซองเอ่ยเรียกสติของซึงรี
แบบมันเว่อร์อ่ะ แค่ใช้เซนส์ก็มองออก ท่านที่เพิ่งสิ้นลมที่น้องด้าไปกอดแข้งกอดขาอยู่เนี่ย น้ำหนักดูร่วมร้อยโลเลยนะครับ
คือไม่ใช่จะหยาบคาย ไม่ให้เกียรติผู้จากไปขนาดนั้นนะครับ ผมภาวนาขอให้ท่านผู้นั้นจากไปอย่างสงบ และอโหสิกรรมให้แก่ชนทุกผู้
แต่ที่จะสื่อคือ.. ซึงฮยอนมันเปล่าซูโม่ขนาดนั้นอ่ะ
แถมป้ายท้ายเตียงก็มีเขียน " ปาร์ค จองนอน" ไอด้ากอดคลุกคลีอยู่แถวๆนั้นก็ไม่ยักมองเห็น = =v
เพราะน้องซื่อ หรือแค่โง่เนี่ย? คิดแล้วมันให้สงกะสัยในระดับสมองของมันจริงๆ
" เฮ้ น้องครับๆ" แรงสะกิดที่หัวไหล่ทำให้ซึงรีหันไปหาต้นเสียงอย่างช้าๆ เจอกับรอยยิ้มกว้างที่คุ้นเคย
" น้องซึงรีครับ พี่ว่าคนนี้หล่อกว่าไหม?? หน้าเหมือนกว่าด้วย " ซึงรีมองตามนิ้วของจียงที่ชี้ไปทางรถเข็นที่เพิ่งเข็นร่างของซึงฮยอนเดินผ่านไป น้องคงดำดิ่งลงไปในโลกแห่งความเสียใจมากจึงมองไม่เห็นความเป็นจริงตรงหน้า
ก็ทั้งชินดง ยองเบ และเขาเองเดินผ่านน้องยังไม่เงยหน้าขึ้นมามองเลย
ซึงรีที่น้ำตานองหน้าหันไปมองรถเข็นที่กำลังเข็นไกลออกไปโดยมีชินดง ยองเบเดินเคียงข้างไป
หลายหลากความรู้สึกประดังเข้ามาในจิตใจของจียงเมื่อเห็นน้ำตานองหน้าใส ทั้งสงสารทั้งขำจนแทบอยากระเบิดหัวเราะ
แดซองเดินเข้าไปหายองเบแล้วถามไถ่และพลาดไม่ได้ที่จะเล่าเหตุการณ์เมื่อครู่ให้ฟังในทันที
ทั้งชินดงและยองเบหัวเราะเบาๆก่อนที่จะหันมามองที่ซึงรีแล้วยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
ซึงรียังยืนอยู่ที่เดิมไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเท้าออกไป
สายพร่ามัวนองไปด้วยน้ำตาเพ่งจับจ้องไปที่ร่างของเขาคนนั้น เสียงสะอื้นไห้เบาบางลงแทนที่ด้วยน้ำตาที่ไหลหลั่งออกมาอย่างมากมาย
" โอ๋ๆ ซึงฮยอนปลอดภัยแล้วน้า.. " จียงโอบศรีษะเล็กเข้ามากอดโคลงเคลงอย่างปลอบประโลม ศรีษะเล็กซบลงที่อกอุ่นอย่างหาที่พึ่งพิง
" เมื่อกี้อะไรน่ะ หน้าแตกหรอ? พี่เห็นนะ ฮาๆ" จียงกระซ้าด้วยแรงโยกเบาๆราวกับหยอกล้อน้องน้อยให้ใจชื้นขึ้นมา
แต่เป็นเขา.. ที่รู้สึกเหมือนถูกกัดกร่อนเสียเอง ร่างโปร่งสัมผัสได้ถึงความเสียใจมากมายของร่างที่สั่นไหวในอ้อมกอด
น้ำตาของน้องซึงรีที่รัก ทำให้หัวใจของพี่ชายร้าวไปด้วย
น้องซึงรีรักมันมากขนาดนี้เลยหรือ?
" ขอโทษนะ เพราะพวกพี่.. ซึงฮยอนถึงเป็นแบบนี้" ถ้าพวกเขาไปถึงเร็วกว่านี้ ซึงฮยอนคงไม่บาดเจ็บสาหัสขนาดนี้
ความสั่นเครือในน้ำเสียงของคนที่อารมณ์ดีเสมออย่างจียงยิ่งเรียกน้ำตาจากซึงรี
พี่ชายยังเอ่ยคำขอโทษได้อย่างง่ายดาย ยังถือว่าเป็นความผิดของตัวเองทั้งที่พวกเขาพยายามทุกอย่างแล้ว
" ซึงฮยอนมันไม่ยอมตายหรอกจนกว่าพี่จะขายตัวหาเงินใช้หนี้มัน แพนด้าน้อย เข้าใจใช่ไหม? เพราะฉะนั้นอย่าคิดมากเลยนะ " ซึงรีพยักหน้าหงึกหงัก เสียงหัวเราะระคนกับเสียงสะอื้นออกมาจนได้ ทำให้จียงได้สบายใจลงไปเปราะนึงก่อนที่จะขับเขี้ยวเคี้ยวฟันรำพึงรำพัน..
ไอ่เท๊ม ฟื้นมากูเอามึงตาย โทษทำ(น้อง)ที่รักของกูมีน้ำตา..
.
.
" แม่งน่วมซะขนาดนั้น รอดมาได้ไงวะ ซึงฮยอนนี่มันลูกผู้ชายตัวจริงหวะ หล่อ ถึก แมน แหม่ เลื่อมใสๆ"
เสียงระรื่นชื่นชมไม่ได้มาจากไหน เสียงของคังแดซองที่ดังเกินความพอดีจนคนทุกผู้ในโรงพยาบาลต่างมองกันอย่างตำหนิ
จียงกลอกตาไปมาอย่างเซ็งบรมกับภาพ&เสียงของแดซองและยองเบที่เดินคุยกันนำหน้าไป
สี่พี่ชายต่างแยกย้ายกันกลับ หลีกทางให้กับช่วงเวลาเฉพาะของคนรู้ใจ
เหลือแค่น้องซึงรีอยู่เฝ้าคนป่วยคนเดียว ชินดงรับหน้าที่ไปเอาเสื้อผ้าและของจำเป็นของซึงฮยอนมาให้
ซึงฮยอนยังไม่รู้สึกตัว ตอนนี้กำลังพักฟื้นพร้อมด้วยอุปกรณ์ครบครันฟูลออปชั่นในการรักษาชีวิตของมัน
สายโน่นนี่ระโยงระยางเต็มเตียงเห็นแล้วให้นึกสงสารเป็นยิ่งนัก
ข้างเตียงก็มีร่างเล็กคอยเฝ้าอยู่ไม่ห่าง ศรีษะเล็กซบลงบนผ้าปูสีอ่อนข้างๆกายของซึงฮยอน มีเสียงสะอื้นหลงจากอาการร้องไห้ที่เพิ่งหยุดไปไม่นานนั้น ให้ได้ยินเป็นระยะๆ ไม่อาจคาดเดาความคิดของน้องซึงรีที่สงบนิ่งทั้งรอยยิ้มเจื่อนๆที่ยิ้มให้ก่อนจากไปนั่นอีก
สงสารน้องซึง กลัวเหลือเกินว่าน้องจะตายไปก่อนไอ่เท๊มมันฟื้นนะสิ
" เท๊มมันศัลยกรรมที่ไหนมาเปล่าวะ แบบ.. สภาพนอนใกล้ตาย แต่ยังโคดหล่ออ่ะ!"
ซึงฮยอนมันหล่อโดยกำเนิดเว้ย ไอ่หอย มึงต้องไปเห็นหน้าพ่อแม่มัน อย่างกับเทวดานางฟ้าจำแลงมา
อ่าว แล้วนี่กูต้องไปโต้ตอบกับมัน(ทางความคิด)ทำไม? จียงตำหนิตัวเอง = =*
กูอยู่กับความคิดกูอยู่ดีๆ เสียงมันก็แทรกสอดเข้ามาทำลายภวังค์ทั้งหมด
รำคาญไอ่แด้หวะ คิดอะไรเพลินๆก็ต้องมีเสียงมันคอยขัดสมาธิตลอด ผีเจาะปากมาพูดกี่พันรูวะเนี่ย
ตั้งแต่ร่ำลาซึงฮยอนกับน้องจ๋า เดินออกมาจากห้อง ผ่านห้องฉุกเฉินก็แล้ว ห้องดับจิตก็แล้วจนถึงที่จอดรถ
มันยังแพล่มไม่เลิก
แถมยองเบก็เดินคลอเคลีย(?)ไม่ห่าง ฟังไปยิ้มไป บางทีก็มีหัวเราะเบาๆด้วย
ดูคุยถูกคอกันดี
(ซึ่งมโนจิตอีกด้านของเขาเองก็ยังสงสัยว่าดูคุยถูกคอตรงไหน ก็ดูเหมือนว่า ไอ่แด้มันพูด พล่ามอยู่คนเดียวอ่ะ)
แม่ง หมั่นไส้!~
" คิดชั่วอะไรของมึงอีก?" จียงสะดุ้งโหยงเมือเห็นว่าชินดงหยุดเดินและเลิกคิ้วจ้องมองอาการประหลาดๆของเขาอย่างสงสัย
" ผมไม่รู้ว่าคุณกำลังพูดเรื่องอะไร?" จียงกระตุกริมฝีปากตอบรับสายตาระอาของชินดง นี่มันกำลังคิดอะไรไม่ดีเกี่ยวกับกูอีกเนี่ย?
" ก็หน้ามึงอ่ะ ทำหน้าตาเคียดแค้นซะขนาดนั้น กูว่าปล่อยให้เรื่องมันจบเถอะ อย่าไปเอาพวกมันคืนเลย" แน่ะ มีตบที่ไหล่กูด้วยสีหน้าอ้อนวอน จียงถอดถอนหายใจ
โชคดีที่ชินดงมันไม่เคยเดาความคิดกูได้เลย แถมยังชอบเดาไปไกลโข
โล่งใจไปที่มันไม่ได้ระแคะระคายถึงความอิจฉาริษยาของผมที่มีต่อไอ่แด้เลย เพื่อนคนนี้ประเสริฐเลิศล้ำจริงๆ
" เอ๊ะ ไอ่นี่ แม่งชอบเข้าใจกูผิดๆ เปล่าเว้ย ไม่มีอะไรแบบนั้นในคนอย่างกูหรอก
ตอนเด็กๆกูเคยไปอยู่เมืองไทยมา 3 ปี ที่นั่นเขาสอนให้กูรักสงบ(?) กูเลยเป็นคนไม่เจ้าคิดเจ้าแค้นอะไรแบบนี้"
จียงยิ้มชื่นชมให้กับตัวเอง ขอโทษทีหวะชินดง กูกับเท๊มถือคนละคติกัน
ไอ่นั่นมันคนประเภท -แค้นนี้ต้องชำแหละ-
(เปล่าพูดผิดครับ อย่างซึงฮยอนต้องใช้ว่า "ชำแหละ"
เพราะคำนี้แหละบ่งบอกถึงความตาต่อตาฟันต่อฟันได้เหมาะสมเป็นที่สุด)
ซึ่งอะไรแบบนั้นกูไม่เอาด้วยหรอก
ควอนจียงถือคติ - เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร - ถ้าไอ่ซึงฮยอนมันคิดได้อย่างกู มันคงไม่ต้องมานอนพะงาบๆให้น้องด้าต้องรำไห้ให้อย่างทุกข์ทรมานหรอก
" เฮ้ย จียง แกเคยไปเมืองไทยมาหรอวะ สาวๆสวยมะ " จียงกระตุกคิ้วกับเสียงที่เสียดแทรกเข้ามาในหูของคังแดซอง
แถมอิยองเบแม่งทำหน้าเหมือนอยากฟังคำตอบด้วย ไม่อยากจะเสวนากับแดซองแต่ถือว่าเห็นแก่เบ้ ตอบก็ได้วะ
" สวย สาวปักษ์ใต้สวยพอๆกับสาวละตินเลย สาวเหนือก็ขาวผ่องและหน้าหวานกว่าสาวเกาหลีอีก แต่นะ..
หน้ามึงอ่ะ มันทำให้กูนึกถึงหนุ่มอีสานเมืองไทยเลยหวะ " ก๊ากๆ จียงหัวเราะอย่างลำพองใจ แดซองมันไม่เข้าใจหรอกว่าหลอกด่ามัน ก็มันคงไม่มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับประเทศไทยอะไรสักนิดเลยน่ะสิ ^^~
" หน้ามึงก็เหมือนหนูพันธุ์จมูกบานในฟาร์มลุงกูเหมือนกัน" ฉึก! ถ้อยคำของแดซองเหมือนธนูอาบยาพิษปักลงกลางใจของจียง แดซองเหมือนมีต่อมจับผิดในน้ำเสียงและการใช้ภาษาในการหลอกด่าคน
จียงคิดผิดถนัดที่ไปคิดปรามาสแดซองในเรื่องแบบนี้ คังแดซองชนะเลิศในเรื่องปะทะฝีปากไม่ว่าจะหลอกด่าด้วยวาจาซ่อนเร้นหรือภาษาใดๆ ชายคนนี้ รู้หมด!
จียงกัดฟันกรอดฮึมฮัมในลำคอ กูเปรียบเทียบมึงกับมนุษย์นะแต่มึงเปรียบกูกับสัตว์เลยหรอวะไอ่แด้
และกูจะชังมากเวลามีคนเปรียบเทียบกูกับหนูเนี่ย!
เปรี๊ยะ!!~ เสียงเส้นสติแตกขาดผึ่ง สองสายตาปะทะกันอย่างนี้ต้องมีวางมวย จียงกระโจนใส่แดซองอย่างโมโห
ชินดงคว้าเอวบางดึงรั้งจียงไว้จนตัวลอย
ผิดกับแดซองที่มีสีหน้าสนุกๆเหมือนกำลังแหย่เด็กขี้โมโหขี้ยั๊วะคนนึง
เด็กแถวบ้านก็มีคนนึงให้เขาแกล้งบ่อยๆ หน้าใสๆอย่างไอ่จีนี่แหละ น่ารักดี
คือผมเป็นประเภทเห็นเด็กโวยวายแล้วมีความสุขน่ะฮะ
จริงๆแล้วจียงมันก็น่ารักนะเนี่ย กูว่าแล้วทำไมยองเบมัน... คิกๆ
" แหม่ ขำๆน่ะควอนจี อย่าโกรธเลยนะ" แดซองเอี้ยวหลบฝ่าของจียงไปมาเสียงหัวเราะระรื่นยิ่งกระตุ้นอารมณ์เดือดของจียงได้ชะงัดนัก
" แดซองมันก็แหย่มึงเล่นๆอย่าไปอะไรกับมันเลย " ชินดงห้ามปรามขณะที่สายตาหันไปคาดโทษใครบางคนที่ยืนนิ่งแถมยังมีน้ำหน้าขำจียงอีกแน่ะ ต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดคือ มึงคนเดียวเลยไอ้เบ้!
" เออ กูขอโทษละกัน กูก็พูดแรงไปหน่อย นะนะ อย่าโกรธกันเลยนะ "
" เอ้อ! " จียงโกรธจนหน้าแดงสะบัดตัวหลุดจากมือของชินดง เขาดึงคอเสื้อที่ดิ้นมากจนไหล่ขาวเปิดขึ้นมาพลางหอบหายใจอย่างระบายน้ำโห
การตอบรับมีแต่ความนิ่ง ก่อนที่ตวัดสายตาไปยังยองเบอย่างไม่พอใจ
ร่างบางเดินผ่านโดยกระแทกเข้าที่ไหล่ของยองเบก่อนที่นำออกไปยังรถที่จอดข้างหน้า
ชินดงกับยองเบมองหน้ากันอย่างเข้าใจว่า ท่าทางแบบนี้หมายความว่าจียงให้อภัยแล้ว ควอนจียงไม่เคยโกรธใครนานจริงๆ
ขนาดซึงฮยอนมันพูดจาหรือทำอะไรที่รุนแรงมากมาย มันก็ยักไม่พยาบาทอาฆาตแค้นอะไรเลย แถมยังตีหน้าอ้อนวอนตีนต่อได้อีก
นับประสาอะไรกับแดซองที่ขอโทษอย่างบริสุทธิ์ใจอย่างนี้แล้ว มันคงหายในทันทีทันใด
จียงฮึดฮัดเดินนำไปยังรถมอไซด์สีดำเข้มของยองเบที่จอดอยู่อย่างน่าเกรงขามภายใต้เงามืดสลัวๆ
แดซองมันขอโทษอย่างจริงใจแล้ว ถ้ายังจะอะไรมากมายมันก็ดูไม่ใช่เรา
จียงยืนแกร่วรอสามตัวที่เดินตามมา จมูกเล็ก(?)ถอดถอนลมหายใจแล้วกำหมัดทุบที่ต้นแขนของตัวเองเบาๆ
เลิกแขนเสื้อดูเห็นแดงเป็นรอยนิ้วอ้วนของชินดงเต็มไปหมด
ไอ่เชี่ยด๊งแม่งก็บีบซะแขนกูแดงเลย เมื่อไหร่จะจำใส่กระโหลกได้สักทีวะว่า ผิวกูมันบอบบาง
ปลายสายตาเห็นยองเบเดินยิ้มเข้ามาหา จียงก็เสหันหน้าไปทางอื่นพร้อมทั้งเตะเท้าแกว่งขาไปมา มีฟอร์มตามเรื่อง
" โกดมึงหวะ ถ้ามึงพากูแวะกินอะไรก่อนกลับบ้าน กูจะหายโกรธมึงทันที เข้าใจป่ะ" จียงเอ่ยลอยๆให้ยองเบได้ยินเพียงคนเดียว เมื่อถูกสบสายตาก็หันหน้าหนีไปทางอื่น ประเดี๋ยวรอยยิ้มของยองเบจะทำให้ใจอ่อน หมอนี่มันชอบทำแบบนี้อยู่เรื่อย อย่ายอมมันนะเว่ย T~T
" ตามใจนาย " ยองเบยิ้มราวอย่างมีความหมายว่า งั้น.. เราเข้าใจกันดีแล้วนะ?
เรื่องราวกำลังจะไปได้ดี ความขุ่นมัวในใจของจียงกำลังจะจางหายไป แต่ก็เหมือนถูกกวนให้ขุ่น ตะกอนที่กำลังจะนอนนิ่งฟุ้งกระจายอีกครั้ง
ทันทีจียงจะก้าวเท้าซ้อนรถแข่งคันงามของยองเบ แดซองก็เบียดร่างบางของจียงจนเซถลาไปจากที่นั่งที่หมายปอง
" เบ้ ไปส่งกูหน่อยสิ " แดซองกระโดดคร่อมมอไซค์อย่างหน้าตาเฉยแถมศอกก็ยังเผลอไปเหวี่ยงโดนไหล่ของจียงที่ยืนอ้าปากค้างคิ้วเริ่มกระตุก
ชินดงอึ้ง ทึ่ง ตะลึง และเสียว(ว่างานจะเข้า) เมื่อเห็นเหตุการณ์ที่เกิดจากความไม่รู้ของแดซอง
เขาถอนหายใจหนัก เรื่องราวมันควรจะจบแค่ตรงนี้ จียงกำลังจะจากไปอย่างสงบ แต่กลับยืดยาวมากยิ่งขึ้นไปอีก
คนนอกอย่างแดซองไม่มีทางรู้เลยว่า ที่นั่งตรงนั้น ที่ๆเขาเผลอแย่งชิงมานั่น มันเป็นของจียง..
จียงมันถือ(สิทธิ์)ว่ามอไซค์เบ้ มันซ้อนได้คนเดียว..
จียงปราดสายตาไปยังยองเบที่ได้แต่อึกอักอย่างจนใจ
เลือกไม่ได้ใช่ไหม.. กู หรือ มัน..?
กูเลือกให้เอง..
ยองเบจ้องสีหน้าที่ไม่อาจตีความหมายได้ของจียง สองสายตาประสานแต่ไม่มีคำพูดใดๆต่อกัน
จียงสะบัดหน้าหนี ความไม่พอใจมันมี.. แต่ครั้งนี้ต้องเก็บไว้ในใจ
~ อัตตาหิ อัตตาโน นาโถ .. ~ จียงท่องคาถาสงบจิตสงบใจ
กลั้นอกกลั้นใจไว้ เดี๋ยวจะกลายเป็นนางร้าย(?)ในสายตาของชินดง(และยองเบ) คอยตามราวีแดซองไม่เลิก
จียงสะบัดตัวหันหลังกลับอย่างไม่พอใจ
ยองเบเอื้อมมือคว้าได้เพียงแต่ความว่างเปล่า เมื่อไหล่บางนั้นเลี่ยงหนีก่อนที่จะเดินไปหาชินดงที่กำลังคว้าหมวกกันน็อคมาใส่
"(ชิน)ด๊งวันนี้กูนอนห้องมึงนะ "
" ไหนบอกว่าจะไปนอนที่โกดังกับยองเบไง? " ชินดงหรี่ตามองซากของจียงที่เดินมาอย่างหงอยๆ ชินดงคว้าหมวกกันน็อคยัดใส่มือของจียงอย่างออกอาการหมั่นไส้ในอากัปอาการงอนแง๊วของมัน
" อย่าถามมากความ ไปเว้ยย!" จียงกระแทกหมวกใส่หลังของชินดงอย่างระบายอารมณ์ ชินดงจิ๊กปากอย่างเสียอารมณ์
เอ๊ะ ไอ่พวกห่านนี่กูชักรำคาญ ชินดงคำรามในใจ มึงนี่ตัวสำคัญเลยจียง
ด่าก็ไม่ได้ทั้งยังให้นึกสงสาร ก็เสียงของจียงมันซึมลงอย่างเห็นได้ชัด
ไอ่เตี้ยนี่ก็โง่ อึกอัก ช่างเกรงใจ.. แดซองสะบัดมันได้ก็สะบัดทิ้งไปเลย จะคิดมากอะไรนักหนา
กูเครียดเรื่องซึงฮยอน แล้วยังต้องมาทุกข์ทรมานกับโศกนาฏกรรมรักของพวกมึงด้วยหรือนี่?
"แวะเซเว่นด้วยนะจะซื้อโคล่า แม่งเห็นน้ำตาไอ่ด้าแล้วรู้สึก หนืด ฝืดที่คอหวะ" แดซองตบเข้าที่ไหล่ของยองเบอย่างเร่งเร้า ไม่ได้พิจารณาสายตาละห้อยของยองเบที่ทอดมองไปยังจียงเลย
เอ๊ะ ไอ่นี่ทำไมไม่ไปสักที ต้องร่ำลาอะไรกันให้มากความ แค่กลับบ้านนะมึง ไม่ได้ถูกส่งไปอิรัก
แดซองไม่ได้สำเหนียกถึงการกระทำเข้าข่ายมารผจญของตนเองแม้แต่นิด
ชีวิตวันนึงๆอยู่แต่กับซึงรี ยองเบก็ไม่เคยโผล่หัวมาเจอ มักจมอยู่แต่กับแก๊งของมัน
ไม่ค่อยได้ใกล้ชิดยองเบมากจึงไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขาและจียงว่ามันลึกล้ำเกินระดับเพื่อน ..(แต่ไม่ใช่แฟน) แล้ว
สายตาคมของยองเบมองนิ่งไปยังรถคันเก่งของชินดงที่ทะยานออกไป เท้าสตาร์ทรถอย่างอ่อนแรงก่อนที่จะขับออกไปเช่นกัน ภายใต้กรอบดำของหมวกกันน็อค
คิ้วเข้มมุ่นลงอย่างกังวลใจในเหตุการณ์หลังจากนี้ต่อไป ระหว่างเขาและควอนจียง..
" กูเกลียดไอ่แด้!!~~~~~~~ " ทันทีที่รถสีเหลืองของชินดงทะยานออกมาไกลจากแหล่งชุมชน(และรถของยองเบ)
ชินดงก็ต้องยอมจอดรถที่หน้าผาแห่งหนึ่งเพื่อให้จียงทำอะไรสักอย่างเพื่อระบายอารมณ์
เสียงตะโกนปะทะกับลมเย็นที่กรูเข้ามาปะทะใบหน้า เสียงก้องสะท้อนกลับมาให้ได้ยิน
รอยยิ้มชั่วร้ายบางๆผลุดขึ้นมาบนใบหน้าของจียง ได้ยินอย่างนี้แล้วมันสุขใจ
" เออ กูก็เกลียดมัน.. ที่ทำให้มึงต้องมากับกูเนี่ย " ชินดงเตะก้อนหินก้อนที่หก สองมือกอดอกตัวสั่น อ้วนแต่ไม่ใช่ว่าตัวกูจะอบอุ่นนะ เมื่อไหร่มึงจะกลับเนี่ย กูหนาวจะแย่แล้ว
" ถามจริง อารมณ์เสียอะไรของมึงนักหนา.."
" กูไม่พอใจ เพื่อนจะเป็นจะตาย ไอ้เบ้แม่งก็มายิ้มระรื่นกับไอ่แด้อยู่ได้..
เออ กูระราน กูมันชอบคิดหาเรื่อง กูรู้ว่ามึงจะพูดอะไร กูฉลาด เพราะฉะนั้นไม่ต้องพูดเลย.. ปล่อยกู " จียงยกนิ้วขึ้นมาปรามคำด่าก่อนที่มันจะหลุดออกมาจากปากของชินดง
ชินดงหัวเราะออกมาดังลั่น ไอ่จียงแม่งเด็กจริงๆ ขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงกับมันแล้ว
น้ำตาหยดเล็กไหลซึมออกมาจากปลายหางตาของจียงขณะที่ฟาดกิ่งไม้ลงกับราวกั้นถนนครั้งแล้วครั้งเล่า
จียงเอ๊ย กูสงสัยจริงๆ น้ำตาของมึง ให้กับซึงฮยอน..หรือว่าไอ้เบ้กันแน่วะ
" กูเครียดเรื่องซึงฮยอนมากจัด ก็เลยหงุดหงิดมากไปหน่อยเท่านั้นเอง แม่ง ช่าง ! ไปเหอะ"
จียงปัดตามเนื้อตัวก่อนที่จะลุกเดินตามชินดงที่กำลังสตาร์ทรถไป
" เออ มึงอย่าอะไรมากเลย ยองเบกับไอ่แด้มันแค่เพื่อนกัน ส่วนมึงก็แค่...
ไม่ชอบให้ยองเบมันไปยิ้มให้ใคร .. นอกจากมึง "
ฉึก ! ลูกธนูดอกแม่นยำกว่าวาจาของแดซองเป็นไหนๆ
ทิ้งดิ่งลงกลางใจ ตั้งฉาก90องศาไม่เบ้ไปทางไหน ทิ่มลงกลางใจของควอนจียง..
ควอนจียงไม่ชอบให้ทงยองเบไปยิ้มกับใคร..
ชินดงหัวเราะลั่นเมื่อเห็นสีหน้าอึ้งและนิ่งสนิทของควอนจียง สงบปากสงบคำลงโดยสมบูรณ์แบบ
เหมือนวิญญาณออกจากร่างเพราะโดนความจริง(ซะยิ่งกว่าจริง)เลยเข้าที่คาง
" กูเกลียดมึง ชินดง!~~~~~~~" เสียงสุดท้ายตะโกนลั่นขณะที่รถทะยานเข้าปะทะสายลมเชี่ยวที่กรูเข้ามา
เสียงร้องโหยหวนระคนกับเสียงหัวเราะ ลากยาวไปตลอดทาง
.
.
.
" ฮึก ฮือ... ฮึก ฮึก " ลับหลังบรรดาพี่ชายที่จากไป เสียงเล็กเริ่มสั่นเครือและน้ำตาของซึงรีก็กลับมาไหลรินอีกครั้ง
ท่ามกลางความเงียบงันในห้องสี่เหลี่ยม มีแค่เสียงสะอื้นไห้ของซึงรีและเสียงลมหายใจแผ่วเบาของซึงฮยอน
ดวงตาเล็กไล่สายไปตามรอบบอบช้ำทั่วกายของซึงฮยอน ผ้าพันศีรษะที่มีเลือดซึมออกมา
สีแดงฉาดของมันทำให้ภายในหัวใจดวงนี้เหมือนถูกบีบรัดจนเจ็บไปหมด
ร่างเล็กสั่นไหวด้วยแรงสะอื้น สองมือเล็กเอื้อมมือไปลูบตามตัวที่มีรอยข่วน รอยกรีดเล็กๆมากมาย
ยิ่งมากเท่าไหร่ยิ่งดวงตาคู่สวยของซึงรีให้คลอเคล้าไปด้วยน้ำตาที่มากขึ้นเรื่อยๆ
ปลายนิ้วลูบไล้ตามใบหน้าอย่างแผ่วเบา นิ้วสั่นระริกหยุดลงที่ริมฝีปากม่วงช้ำ ทุกรอยนิ้วที่ลากผ่าน ทุกรอยแผลที่สัมผัสเรียกสายน้ำตาจากดวงตาคู่เล็กไม่หยุด
และแล้วดวงตาคั่งไปด้วยน้ำตาของซึงรีเบิกกว้างเมื่อสบกับดวงตาคมที่ลืมขึ้นอย่างช้าๆ สองสายตาประสานกันนิ่ง
ถึงแม้ซึงฮยอนกำลังค่อยๆฟื้นคืนสติอย่างช้าๆแต่ดวงตาเข้มคู่นั้นก็ไม่ละสายตาไปจากดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาล้นปรี่คู่นั้นเลย
"ฮึก ฮือ ฮือ..." เหมือนกระแสลมอุ่นก่อตัวขึ้นมากมายภายในจิตใจของซึงรี ในหัวใจดวงเล็กกลับรู้สึกอบอุ่นโดยพลัน
แต่น้ำใสกลับไหลรื้นออกมาจากปลายสายตามากยิ่งขึ้นไปอีก เกินกว่าที่จะอดกลั้นไว้แล้ว
" ทำไมตาบวมแบบนั้น " เสียงทุ้มแผ่วขึ้นอย่างล้อเลียนทั้งยังอยยิ้มแกมล้อจุดที่มุมปาก เสียงหัวเราะเบาๆที่เผลอหลุดออกมาก็ฝืนร่างกายตัวเองจนเจ็บปวดไปหมด
คำตอบรับมีเพียงร่างเล็กที่สั่นไหว หยดน้ำตาและเสียงสะอื้นไห้..
ร่างสูงขยับตัวเล็กน้อยเพื่อให้สามารถเอื้อมไปกุมมือของซึงรีได้สะดวก ริมฝีปากบางเบ้เล็กน้อยเมื่อแผลตรงช่วงเอวเสียดสีกับผืนผ้า แรงจากมือหนาบีบมือนุ่มย้ำความอบอุ่นผ่านฝ่ามือนี้ไปยังร่างเล็กอีกครั้ง
ซึงฮยอนรู้สึกสงสารซึงรีอย่างมาก ร้องไห้มากมายขนาดนี้ ปอดเล็กๆของเขาจะรับไหวหรือ
"ขอโทษนะ" เสียงแผ่วเบาแต่ราวกับทำลายกำแพงทิฐิ ความบาดหมางที่เคยมีให้ทลายลงในพริบตา ซึงฮยอนแทบอยากจะดึงร่างเล็กที่สั่นไหวเข้ามากอดแต่ก็ไม่อาจทำได้
" ฮึก ฮึก ขอโทษก็อย่าแบบนี้อีกสิ ทำอย่างนี้มันได้อะไรขึ้นมา ว่าแต่ฉันโง่ๆ นายน่ะมันโง่ๆๆๆๆ โง่ที่สุดเลย" ซึงรีซบใบหน้าลงบนอุ้งมือของซึงฮยอนที่กุมมือเขาอยู่ ของเหลวเย็นชื้นที่สัมผัสได้แผ่ซ่านความหนาวเย็นไปถึงหัวใจของซึงฮยอน
เหมือนมีดกรีดเข้าที่ผิวฝ่ามือบาดลึกเข้าไปถึงจิตใจ
ซึงฮยอนไม่มีทางรู้เลยว่าแท้จริงแล้วหัวใจดวงนี้มันชอกช้ำด้วยความหวาดกลัว กลัวว่าจะสูญเสีย.. อีกครั้ง
ซึงรีรู้สึกสมเพชตัวเองที่ไม่สามารถอดกลั้นได้อีกต่อไป เสียงสะอื้นไห้มันดังก้องทั่วห้องและอื้ออึงในสมองของตัวเอง
ทรมานเหลือเกิน น้ำตามันไหลพรั่งพรูออกมา ทะลักราวกับเขื่อนแตก ที่แตกกระจายคือ ทิฐิที่ยึดไว้
เบื่อจริงๆที่เป็นคนที่ไม่สามารถปกปิดความรู้สึกตัวเองได้เลย คิดอะไรก็พูดออกไปในทันที
ความห่วงใย ความกระวนกระวาย.. รู้สึกอย่างไรก็แสดงออกมาในทันที
แสดงออกไปแล้วใช่ไหม.. ... ว่า ... รัก...
To be Continued